ทำไมมันถึงซ่อนอยู่ในอาหารและร่างกายของเราโดยที่เราไม่รู้ตัว
ลองนึกภาพว่าคุณทานอาหารสุขภาพทุกวัน ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แต่ในเนื้อเยื่อไขมันของคุณกลับมีสารเคมีอันตรายซ่อนอยู่ที่ถูกสังเคราะห์ขึ้นตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย นั่นคือความจริงที่น่าตกใจของ “สาร POPs” — กลุ่มสารมลพิษที่คงทนถาวรซึ่งนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกกำลังเฝ้าจับตาอย่างใกล้ชิด
ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับสาร POPs ตั้งแต่ต้นจนจบ ทั้งว่ามันคืออะไร มาจากไหน เข้าสู่ร่างกายเราได้อย่างไร และทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญกับคุณและคนที่คุณรัก
สาร POPs คืออะไร? (Persistent Organic Pollutants)
POPs ย่อมาจาก Persistent Organic Pollutants หรือ “สารมลพิษอินทรีย์ที่คงทนถาวร” คำว่า Persistent ที่แปลว่า “คงทน” นั้นคือหัวใจสำคัญ เพราะสารกลุ่มนี้ไม่สลายตัวเหมือนสารเคมีทั่วไป — มันอยู่ในธรรมชาติได้นานหลายสิบปี บางชนิดอาจอยู่ได้หลายร้อยปี
พูดง่ายๆ ก็คือ สาร POPs มีลักษณะสำคัญ 4 ประการที่ทำให้มันแตกต่างจากสารเคมีอื่นๆ ได้แก่:
- สลายตัวยากมาก — ทนต่อแสง ความร้อน กรด-ด่าง และการย่อยสลายทางชีวภาพ
- เดินทางได้ไกล — ระเหยและลอยไปกับอากาศ น้ำ และกระแสลม ข้ามทวีปได้
- สะสมในสิ่งมีชีวิต (Bioaccumulation) — เก็บตัวในเนื้อเยื่อไขมันของสัตว์และมนุษย์
- เป็นอันตรายต่อสุขภาพและระบบนิเวศ — แม้ในปริมาณน้อยก็อาจส่งผลร้ายได้
สาร POPs มาจากไหน? รู้จักชนิดที่พบบ่อย
สาร POPs ไม่ได้มีแหล่งกำเนิดเดียว แต่มาจากหลายแหล่ง ทั้งที่มนุษย์ตั้งใจสร้างขึ้นและที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจระหว่างกระบวนการผลิตต่างๆ
1. สารกำจัดศัตรูพืชในอดีต
DDT, Aldrin, Dieldrin, Chlordane, Heptachlor และ Toxaphene เป็นสารกำจัดศัตรูพืชที่เคยได้รับความนิยมอย่างสูงในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 โดยเฉพาะ DDT ที่เคยถูกมองว่าเป็น “ปาฏิหาริย์” ในการกำจัดยุงและป้องกันมาลาเรีย กระทั่งนักชีววิทยา Rachel Carson เขียนหนังสือ Silent Spring ในปี 1962 ที่เปิดโปงพิษภัยของมัน
2. สารเคมีในอุตสาหกรรม
PCBs (Polychlorinated Biphenyls) ถูกใช้ในหม้อแปลงไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้าจำนวนมาก ส่วนสารหน่วงไฟ เช่น HBCDD และ c-decaBDE ถูกใส่ในพลาสติก โฟม และสิ่งทอเพื่อลดความเสี่ยงด้านอัคคีภัย สารเหล่านี้ถูกฝังอยู่ในสินค้าอุตสาหกรรมนับล้านชิ้น และยังคงปนเปื้อนออกมาเรื่อยๆ
3. สารที่เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ
Dioxins และ Furans ไม่ได้ถูกผลิตขึ้นโดยตั้งใจ แต่เกิดเป็นผลพลอยได้จากการเผาขยะ กระบวนการฟอกขาวกระดาษ การหลอมโลหะ หรือแม้แต่ไฟป่า สารเหล่านี้ถือว่าเป็นหนึ่งในสารพิษที่อันตรายที่สุดที่มนุษย์รู้จัก
สาร POPs เข้าสู่ร่างกายเราได้อย่างไร?
นี่คือส่วนที่น่าตกใจที่สุด — คุณไม่ต้องทำงานในโรงงานเคมีหรืออยู่ใกล้บ่อขยะเพื่อได้รับสาร POPs เพราะสารเหล่านี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งแวดล้อมทั่วโลกไปแล้ว
ผ่านห่วงโซ่อาหาร (สาเหตุหลัก)
กระบวนการที่เรียกว่า Biomagnification หรือการขยายความเข้มข้นตามห่วงโซ่อาหาร คือกลไกที่อันตรายที่สุด สาร POPs จากน้ำหรือดินจะเข้าสู่แพลงก์ตอนก่อน จากนั้นปลาเล็กกินแพลงก์ตอน ปลาใหญ่กินปลาเล็ก และมนุษย์กินปลาใหญ่ — ทุกขั้นตอนความเข้มข้นของสารจะเพิ่มขึ้นหลายสิบเท่า ดังนั้นอาหารทะเล ปลาน้ำจืด เนื้อสัตว์ นม และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ จึงเป็นแหล่งที่คนส่วนใหญ่ได้รับสาร POPs มากที่สุด
ผ่านการหายใจและการสัมผัส
อากาศในพื้นที่ใกล้โรงงานอุตสาหกรรม บริเวณที่มีการเผาขยะ หรือแม้แต่ฝุ่นภายในบ้านที่มีเฟอร์นิเจอร์เก่าที่มีสารหน่วงไฟ ล้วนเป็นแหล่งที่คุณอาจสูดสาร POPs เข้าไปโดยไม่รู้ตัว
จากแม่สู่ลูก
หนึ่งในข้อเท็จจริงที่น่าตกใจที่สุดคือสาร POPs สามารถส่งผ่านจากแม่ไปสู่ทารกได้ทั้งผ่านทางสายรก ระหว่างการตั้งครรภ์ และผ่านน้ำนมแม่หลังคลอด ซึ่งหมายความว่าเด็กที่ยังไม่ได้กินอาหารที่ปนเปื้อนด้วยตัวเองเลยก็สามารถสะสมสาร POPs ได้ตั้งแต่แรกเกิด
สาร POPs ทำอะไรกับสุขภาพของเรา?
เนื่องจากสาร POPs ละลายได้ดีในไขมัน มันจึงสะสมอยู่ในเนื้อเยื่อไขมันของร่างกายและค่อยๆ ส่งผลกระทบในระยะยาว งานวิจัยจำนวนมากชี้ให้เห็นความเชื่อมโยงกับ:
- ระบบสืบพันธุ์: ลดคุณภาพของอสุจิ รบกวนการตกไข่ และเพิ่มความเสี่ยงในการแท้งบุตร
- ระบบฮอร์โมน: ทำหน้าที่เลียนแบบฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งอาจนำไปสู่โรคที่เกี่ยวกับต่อมไร้ท่อ
- ระบบภูมิคุ้มกัน: ทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอและตอบสนองต่อโรคได้ลดลง
- พัฒนาการของเด็ก: อาจส่งผลต่อระบบประสาทและพัฒนาการทางสมองในเด็กที่ได้รับสารตั้งแต่ในครรภ์
- ความเสี่ยงมะเร็ง: บางชนิดถูกจัดเป็นสารก่อมะเร็งที่น่าจะเป็น หรืออาจเป็นสารก่อมะเร็งสำหรับมนุษย์
โลกรับมือกับสาร POPs อย่างไร? อนุสัญญาสตอกโฮล์ม
ในปี 2001 ประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้ร่วมลงนามใน “อนุสัญญาสตอกโฮล์ม” ซึ่งเป็นความตกลงระหว่างประเทศที่มุ่งควบคุมและยกเลิกการใช้สาร POPs ที่อันตรายที่สุด โดยเริ่มต้นจากสาร 12 ชนิดที่รู้จักกันในชื่อ “The Dirty Dozen” และขยายรายการเพิ่มเติมมาเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน
หลายประเทศรวมถึงไทยได้เข้าร่วมอนุสัญญานี้ และมีการออกกฎหมายจำกัดหรือห้ามใช้สาร POPs บางชนิดอย่างเข้มงวด แต่ความท้าทายคือสาร POPs ที่ถูกปล่อยออกไปในอดีตยังคงหมุนเวียนอยู่ในสิ่งแวดล้อม และสารเคมีใหม่ๆ ที่มีคุณสมบัติคล้ายกันก็ยังคงถูกพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ
อนาคตของสาร POPs: ยังมีอะไรที่ต้องเฝ้าระวัง?
แม้ว่าการควบคุมสาร POPs จะก้าวหน้าไปมาก แต่นักวิทยาศาสตร์ยังคงเป็นห่วงใน 3 ประเด็นหลัก:
- สาร POPs รุ่นใหม่ (New POPs): สารเคมีรุ่นใหม่บางชนิด เช่น PFAS (สารในกลุ่มฟลูออโรคาร์บอน) กำลังถูกจับตามองว่ามีคุณสมบัติคล้าย POPs
- ของเสียและซากวัสดุเก่า: อุปกรณ์ไฟฟ้าเก่า ฉนวนกันความร้อน และดินปนเปื้อนยังคงเป็นแหล่งปล่อยสารอย่างต่อเนื่อง
- การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ: อุณหภูมิที่สูงขึ้นอาจทำให้สาร POPs ที่แข็งตัวอยู่ในน้ำแข็งขั้วโลกปล่อยตัวออกมาสู่สิ่งแวดล้อมอีกครั้ง
สรุป: ทำไมคุณควรรู้จักสาร POPs?
สาร POPs ไม่ใช่แค่ปัญหาของนักวิทยาศาสตร์หรือนักสิ่งแวดล้อม — มันเป็นเรื่องของทุกคน ตั้งแต่สิ่งที่คุณวางบนจานอาหาร อากาศที่คุณหายใจ ไปจนถึงสุขภาพของลูกหลานที่ยังไม่ได้เกิด ล้วนมีความเชื่อมโยงกับสารกลุ่มนี้ทั้งสิ้น
การรู้จักและเข้าใจสาร POPs คือก้าวแรกที่ดีที่สุด เพราะความรู้ทำให้เราเลือกได้ดีขึ้น สนับสนุนนโยบายที่ถูกต้อง และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดมลพิษเหล่านี้เพื่อโลกที่สะอาดขึ้น ทั้งสำหรับเราและรุ่นต่อๆ ไป
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับสาร POPs
Q: สาร POPs ยังมีอยู่ในอาหารทั่วไปไหม?
A: ใช่ ระดับต่ำของสาร POPs ยังพบได้ในอาหารทะเล เนื้อสัตว์ นม และไขมันสัตว์ แต่การปรุงอาหารและตัดไขมันออกสามารถช่วยลดปริมาณสารได้ระดับหนึ่ง
Q: ประเทศไทยมีการควบคุมสาร POPs หรือไม่?
A: ไทยได้ให้สัตยาบันอนุสัญญาสตอกโฮล์มและมีกฎหมายควบคุมสารเคมีอันตรายหลายฉบับ รวมถึงกำลังพัฒนามาตรการเพิ่มเติมเพื่อรองรับสาร POPs ชนิดใหม่ที่เพิ่งถูกค้นพบ
Q: เราสามารถกำจัดสาร POPs ออกจากร่างกายได้ไหม?
A: ร่างกายไม่สามารถกำจัดสาร POPs ได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากมันสะสมในเนื้อเยื่อไขมัน วิธีที่ดีที่สุดคือการลดการรับสารใหม่เข้าไป ในขณะที่ปัจจุบันยังไม่มีวิธีทางการแพทย์ที่พิสูจน์ได้ว่าสามารถกำจัดสาร POPs ออกจากร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ







