อนุสัญญาสตอกโฮล์ม: ทำไมสารเคมีบางชนิดถึงถูกแบนทั่วโลก และมันเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของคุณอย่างไร

ความรู้

เมษายน 20, 2026

อนุสัญญาสตอกโฮล์ม: ทำไมสารเคมีบางชนิดถึงถูกแบนทั่วโลก และมันเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของคุณอย่างไร

คุณเคยสงสัยไหมว่า ทำไมสารเคมีบางชนิดที่เคยถูกใช้อย่างแพร่หลายในโรงงาน ในภาคเกษตร และในชีวิตประจำวัน วันนี้กลับถูกห้ามใช้เกือบทั่วโลก? ไม่ใช่เพราะมันหมดประโยชน์ แต่เพราะมันไม่เคยหายไปจริงๆ

สารเหล่านี้ไม่สลายตัว มันตกค้างในดินและน้ำเป็นเวลาหลายสิบปี สะสมในสัตว์ และย้อนกลับเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ในที่สุด แม้ว่าต้นทางดั้งเดิมจะหายไปนานแล้วก็ตาม ปัญหาแบบนี้ไม่มีประเทศไหนแก้ได้คนเดียว

นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ อนุสัญญาสตอกโฮล์ม เกิดขึ้น

อนุสัญญาสตอกโฮล์มคืออะไร

Stockholm Convention on Persistent Organic Pollutants หรืออนุสัญญาสตอกโฮล์มว่าด้วยสารมลพิษอินทรีย์ที่ตกค้างยาวนาน (POPs) คือสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่เริ่มบังคับใช้ในปี 2004 เป้าหมายชัดเจน: ปกป้องสุขภาพมนุษย์และสิ่งแวดล้อมจากสารเคมีอันตรายกลุ่มหนึ่งที่เรียกว่า POPs ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษคือตกค้าง เดินทาง และสะสมในลักษณะที่ทำให้เป็นอันตรายในระยะยาวอย่างที่หลายคนคาดไม่ถึง

ภายใต้อนุสัญญานี้ ประเทศสมาชิกตกลงร่วมกันที่จะลด ควบคุม และยุติการผลิต การใช้ การนำเข้า-ส่งออก และการปล่อยสารเหล่านี้สู่สิ่งแวดล้อม

อนุสัญญานี้ทำอะไรได้บ้าง

อนุสัญญาสตอกโฮล์มทำงานในหลายมิติพร้อมกัน ประเทศสมาชิกตกลงที่จะเลิกใช้หรือจำกัดสาร POPs ที่อยู่ในรายชื่อ ควบคุมการปล่อยสารที่เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจจากกระบวนการอุตสาหกรรม จัดการของเสียที่ปนเปื้อน POPs อย่างปลอดภัย และควบคุมการค้าข้ามพรมแดนของสารเหล่านี้ภายใต้เงื่อนไขที่เข้มงวด

สิ่งสำคัญคือ รายชื่อสารใน POPs ไม่ได้ตายตัว มีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องตามข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ใหม่ ซึ่งหมายความว่าสารที่วันนี้ยังถูกมองว่าปลอดภัย อาจถูกเพิ่มเข้าในรายชื่อในอนาคตได้ ประเทศสมาชิกแต่ละประเทศยังต้องจัดทำแผนปฏิบัติการระดับชาติ (National Implementation Plan) เพื่อแสดงให้เห็นว่าจะนำข้อผูกพันเหล่านี้ไปปฏิบัติอย่างไร

อนุสัญญานี้เชื่อมกับกฎหมายอื่นอย่างไร

ตรงนี้เป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับภาคธุรกิจโดยตรง เมื่อสารใดถูกบรรจุเป็น POPs ภายใต้อนุสัญญาสตอกโฮล์ม ประเทศสมาชิกมีหน้าที่นำไปกำหนดในกฎหมายภายในประเทศ นั่นคือเหตุผลที่สารกลุ่มเดียวกันมักปรากฏอยู่ในกฎหมายหลายฉบับพร้อมกัน

EU POPs Regulation นำข้อกำหนดจากอนุสัญญามาใช้โดยตรง โดยห้ามหรือจำกัดสารที่อยู่ในรายชื่อทั้งในผลิตภัณฑ์และของเสีย REACH เพิ่มชั้นการควบคุมอีกระดับ โดยจัดการ POPs หลายชนิดเป็นสารที่ต้องขอ Authorization หรืออยู่ในบัญชีจำกัด สาร POPs บางชนิดยังถูกจัดเป็น SVHC (สารที่น่ากังวลสูงมาก) ด้วย เนื่องจากความเป็นอันตรายสูงและการตกค้างในระยะยาว และกฎหมาย PFAS/PFOS ในหลายประเทศที่เราเห็นในปัจจุบัน ก็มีจุดเริ่มต้นจากที่นี่เช่นกัน เมื่อ PFOS และ PFOA ถูกบรรจุอยู่ในรายชื่อ POPs ก็ทำให้หลายประเทศออกกฎหมายควบคุมตามมาเป็นลูกโซ่

การเข้าใจอนุสัญญาสตอกโฮล์มจึงช่วยให้เห็นภาพรวมของกฎหมายสารเคมีได้ชัดขึ้นมากกว่าการดูแต่ละกฎหมายแยกกัน

แล้วสิ่งนี้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์พลาสติกและบรรจุภัณฑ์อย่างไร

มากกว่าที่ผู้ผลิตหลายรายคาดไว้

ผลิตภัณฑ์พลาสติกอาจสัมผัสกับ POPs โดยไม่ตั้งใจในหลายจุดของห่วงโซ่อุปทาน ไม่ใช่เพราะมีใครตัดสินใจใช้สารเหล่านี้โดยตรง แต่เพราะการปนเปื้อนสามารถเข้ามาได้จากวัตถุดิบรีไซเคิลที่มีสารตกค้างจากการใช้งานก่อนหน้า สารเติมแต่งและ Masterbatch บางชนิด สารเคลือบผิวกันน้ำหรือกันน้ำมันที่เกี่ยวข้องกับ PFAS หมึกพิมพ์และสารเคลือบต่างๆ รวมถึงห่วงโซ่อุปทานหลายทอดที่ยากต่อการตรวจสอบ

โรงงานเองอาจไม่มีเจตนาใช้สารเหล่านี้เลย แต่หากไม่มีระบบควบคุมที่ชัดเจนในแต่ละขั้นตอนของ Supply Chain ความเสี่ยงก็ยังคงมีอยู่

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญในตอนนี้

อนุสัญญาสตอกโฮล์มอาจดูเหมือนนโยบายสิ่งแวดล้อมระดับโลกที่อยู่ไกลตัว แต่ในทางปฏิบัติแล้ว นี่คือหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ลูกค้าทั่วโลกเริ่มเข้มงวดกับการควบคุมสารเคมีในผลิตภัณฑ์ที่ตนจัดซื้อมากขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อลูกค้าขอเอกสารเกี่ยวกับสารที่ต้องจำกัด หรือขอ Supplier Declaration ที่ครอบคลุม POPs พวกเขามักกำลังตามรอยข้อกำหนดที่มีจุดเริ่มต้นจากที่นี่ การรู้ว่ากฎเกณฑ์เหล่านี้มาจากไหน ทำให้รับมือกับคำถามเหล่านั้นได้ดีขึ้นมาก และช่วยสร้างความโปร่งใสใน Supply Chain ในแบบที่ตลาดยุคนี้ต้องการ

คำถามที่พบบ่อย – FAQ

Q: POPs คืออะไร?

A: POPs ย่อมาจาก Persistent Organic Pollutants หรือสารมลพิษอินทรีย์ตกค้างยาวนาน คือสารเคมีที่ไม่สลายตัวง่าย สามารถเดินทางได้ไกลผ่านอากาศและน้ำ และสะสมในสิ่งมีชีวิตเมื่อเวลาผ่านไป

Q: อนุสัญญาสตอกโฮล์มเริ่มบังคับใช้เมื่อไหร่?

A: เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2004 และปัจจุบันมีประเทศสมาชิกมากกว่า 180 ประเทศ

Q: ไทยเป็นสมาชิกอนุสัญญาสตอกโฮล์มหรือเปล่า?

A: ใช่ ไทยเป็นประเทศภาคีและมีหน้าที่จัดทำและดำเนินการตามแผนปฏิบัติการระดับชาติ (NIP) ให้สอดคล้องกับพันธกรณีของอนุสัญญา

Q: เรื่องนี้เกี่ยวกับธุรกิจผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกอย่างไร?

A: แม้จะไม่ได้ตั้งใจใช้สาร POPs แต่การปนเปื้อนสามารถเข้าสู่ Supply Chain ได้ผ่านวัตถุดิบรีไซเคิล สารเติมแต่ง สารเคลือบ หรือหมึกพิมพ์ ลูกค้าระดับโลกในปัจจุบันคาดหวังให้มีระบบควบคุมที่ชัดเจนและ Supplier Declaration ที่ตรวจสอบย้อนกลับได้มากขึ้นเรื่อยๆ

Q: PFAS กับ POPs เป็นสิ่งเดียวกันไหม?

A: ไม่เชิง POPs คือกลุ่มกว้างกว่า โดย PFAS บางชนิด โดยเฉพาะ PFOS และ PFOA ถูกบรรจุอยู่ในรายชื่อ POPs ภายใต้อนุสัญญาสตอกโฮล์ม ซึ่งนั่นคือจุดเริ่มต้นของกฎหมาย PFAS ในหลายประเทศที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันนี้

Q: จะรู้ได้อย่างไรว่าสารที่ใช้อยู่อยู่ในรายชื่อ POPs หรือเปล่า?

A: รายชื่อสารที่ควบคุมฉบับล่าสุดเผยแพร่อยู่บนเว็บไซต์ทางการของ Stockholm Convention ทีม Compliance และ Supplier ของคุณควรติดตามการอัปเดตรายชื่อนี้อย่างสม่ำเสมอ

Q: อนุสัญญาสตอกโฮล์มควบคุมตัวผลิตภัณฑ์โดยตรงหรือเปล่า หรือแค่ควบคุมสารเคมี?

A: หลักๆ แล้วควบคุมสารเคมี แต่เมื่อประเทศสมาชิกแปลงพันธกรณีเหล่านี้ออกมาเป็นกฎหมายภายในประเทศ เช่น EU POPs Regulation ข้อจำกัดเหล่านั้นก็ส่งผลต่อผลิตภัณฑ์และวัสดุในตลาดนั้นๆ โดยตรง

บทความที่เกี่ยวข้อง

การทดสอบความปลอดภัยของถุงมือสัมผัสอาหาร

ความรู้

การทดสอบความปลอดภัยของถุงมือสัมผัสอาหาร: มาตรฐานและการรับรอง

ถุงมือที่ใช้สัมผัสอาหารเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยรักษาความสะอ…

Climate Change (การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ)

ความรู้

Climate Change คืออะไร ? และ สาเหตุของการเกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ในหลายปีที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นห…

เรื่องที่ 2 Greenhouse Gas (GHG)

ความรู้

Greenhouse Gas (GHG) คืออะไร ?

โลกของเรา เป็นดาวเคราะห์ที่มีอุณหภูมิเหมาะสมต่อการดำรงช…

4 Article Cover California 65 TH

ความรู้

Prop 65 คืออะไร? ฉลากเตือนที่ผู้ส่งออกสหรัฐต้องรู้

คุณเคยเห็นฉลากสีเหลืองที่เขียนว่า "WARNING: This produc…